Showing posts with label Thai news. Show all posts
Showing posts with label Thai news. Show all posts

แจกสูตรเด็ดอาหารปักษ์ใต้ ผัดสะตอกุ้ง รสเด็ดถึงใจ

1:43 AM 0
แจกสูตรเด็ดอาหารปักษ์ใต้ ผัดสะตอกุ้ง รสเด็ดถึงใจ

สิ่งที่ต้องเตรียม



1. น้ำมันพืชสำหรับผัด

2. กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง 100 กรัม

3. หมูสับ 100 กรัม

4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

6. สะตอ แกะเปลือก 100 กรัม

7. กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ

8. หอมแดง 2 หัว

9. กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ

10. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

11. พริกขี้หนู 10-15 เม็ด

12. น้ำพริกแกงที่โขลกเตรียมไว้ 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

1. นำกระเทียมกับหอมแดง และกุ้งแห้งมาโขลกให้เข้ากันจนละเอียด จากนั้นใส่กะปิ และพริกขี้หนูลงโขลกให้เข้ากัน ก็จะได้เป็นน้ำพริกแกงที่โขลกเตรียมไว้

2. นำน้ำมันพืชใส่ลงในกระทะ ตามด้วยน้ำพริกแกงที่โขลกเตรียมไว้แล้วในข้อ1ลงผัดจนหอม ใส่หมูสับ และกุ้งลงไปผัดจนสุก

3. จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา

4. นำสะตอใส่ลงไปผัดจนสุก ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้รู้ถึงสูตรผัดสะตอกุ้งรสเด็ดถึงใจกันแล้ว ที่สุดแสนจะทำง่ายและวัตถุดิบก็หาซื้อได้ง่ายอีกด้วย แล้วจะรออะไรกันอยู่ เย็นนี้จัดเป็นเมนูบนโต๊ะอาหารกันได้เลย

ที่มา...http://www.khaoza.net

http://www.share-si.com/2016/05/blog-post_15.html


รู้หรือไม่ !! การไหว้พระขอพร ห้ามขอใน 10 สิ่งต่อไปนี้ จะไม่ดีต่อตนเอง ไม่เป็นมงคล

1:15 AM 0
1.ไม่ขอ…ให้ไร้โรคภัย
ไม่มีทางเป็นไปได้ กายสังขารประกอบด้วยธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ อีกทั้ง หนี้บาปเวรกรรม จะให้ไร้โรคภัยเป็นไปไม่ได้ หากอาบน้ำมนต์ และสะเดาะเคราะห์ช่วยให้หายจากโรคภัย แล้วใยโรงพยาบาลจึงเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด





2. ไม่ขอ…ให้การงานราบรื่น
เป็นไปไม่ได้ ความคิดของคนเราไม่เหมือนกัน มากคนมากความ เราคิดอย่าง คนอื่นคิดอย่าง หากเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ยิ่งจะต้องเข้าใจว่า ไม่เจอ… “ปัญหา”… “ปัญญา…” จึงไม่บังเกิด”
3. ไม่ขอให้ใจสงบ
ใจอยู่กับเรา จะขอพระให้สงบได้อย่างไร? อยากให้ใจสงบต้องรู้”ปล่อยวาง” ด้วยตนเอง
4. ไม่ขอให้ตนเองได้ผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
คนเราเกิดมาตามบุญทำกรรมแต่ง หากทุกคนขออย่างนี้แล้วพระก็ให้ มิใช่ว่าพระก็เลือกที่รักมักที่ชังดอกหรือ?
เบื้องบนทรงยุติธรรม ขอเพียงลงแรงลงใจทำ ผลเป็นอย่างไรจงน้อมยอมรับ
5. ไม่ขอให้ไร้มารผจญ
ผู้บำเพ็ญปฏิบัติ หากปราศจากมารทดสอบแล้ว จะสำเร็จ”พุทธะ” ได้อย่างไร?
ดังคำกล่าวที่ว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด” เจอมารผจญครั้งหนึ่งก็เป็นการสร้างบารมีขั้นหนึ่ง
6. ไม่ขอให้ทุกสิ่งสมหวังดั่งใจ
คนบำเพ็ญ หากทำการใดก็ราบรื่นสมหวังดั่งใจ จะกลายเป็นอุปสรรคของ “การบำเพ็ญ” สมหวัง หรือ ผิดหวังทุกสิ่งอย่างมีเหตุต้นผลตาม
7. ไม่ขอชื่อเสียงลาภยศ
พระพุทธะพระโพธิสัตว์ล้วนละทิ้งชื่อเสียงลาภยศ ในเมื่อพระองค์เองยังไม่ทรงปรารถนา แล้วจะประทานสิ่งเหล่านี้ให้เราได้อย่างไร? คนที่ขอแล้วได้นั่น เป็นเพราะบุญเก่า แต่ชื่อเสียงลาภยศ ทำให้ผู้บำเพ็ญดี กับ ดีแตกก็มากมาย
8. ไม่ขอให้ใครทดแทนคุณ
ทำบุญแล้วหวังผลเป็นทางแห่งมิจฉา ทำบุญทำทานเพื่อทำนุบำรุงศาสนา เพื่อขจัดความตระหนี่ในจิตใจให้หมดไป เพื่อลบล้างหนี้บาปเวรกรรม
9. ไม่ขอให้เจอแต่ความยุติธรรม
พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “กัมมุนา วัตตติ โลโก สัตว์โลกทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม” ถูกคนอื่นเอาเปรียบ ถูกคนอื่นใส่ร้าย ถูกคนอื่นรังแกฯ ก็เพราะเราคนทำกับเขาไว้ในอดีตชาติ ชาตินี้จึงต้องชดใช้คืนให้เขา
เจอความอยุติธรรมครั้งหนึ่ง ก็ชำระกันไปครั้งหนึ่ง เมื่อเผชิญกับความอยุติธรรม อย่าได้ปรักปรำโทษกล่าวหรือแช่งชักหักกระดูกฝ่ายตรงข้าม มิเช่นนั้น ก็จะผูกกันต่อไป ให้อโหสิกรรมต่อกัน กรรมส่วนนี้ย่อมคลายได้เอง
10. ไม่ขอให้ถูกหวยรวยแชร์
หากขอแล้วพระท่านให้ โลกนี้คงมีแต่คนร่ำรวย……
หากจะขอ จงขอให้ตน และผู้คนมีสติปัญญาในการแยกแยะถูกผิดดีชั่ว ขอให้มีความเมตตาต่อตนเอง และสรรพชีวิตอย่าได้เบียดเบียนต่อกันเลย ขอให้มีความหาญกล้าในการทำความดีเอาชนะจิตใจใฝ่ต่ำ ที่จะก่อกรรมชั่วให้ทั้งตนและผู้คนเดือดร้อน เช่นนี้จะดีกว่า

http://www.naarn.com/4292/


10 ลักษณะบ้านที่อยู่แล้ว มีแต่รวยกับรวย ! บ้านของคุณเป็นแบบนี้ไหม

12:54 AM 1
ลัษณะบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยจะช่วยเสริมโชคลาภ และเสริมสิริมงคลแก่ดวงชะตาคนในบ้าน ช่วยให้อยู่ใปแล้วรุ่งเรืองร่ำรวยได้ วันนี้ ชี้ช่องรวย จึงนำลักษณะดังกล่าวมาฝากกันค่ะ




1. อยู่แล้วเฟื่องฟู

บ้านที่มีลักษณะเป็นตอนยาวลึก หรือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมาก เป็นบ้านแห่งความเป็นสิริมงคล ส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่อาศัยคิดทำสิ่งใดก็ก้าวหน้า เฟื่องฟู มีแต่ความสุข ความอบอุ่น


2. ประตูเสริมโชค

บ้านที่มีประตูบ้านอยู่ทางซ้ายมือของตัวบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่า เป็นตำแนห่งมังกรเขียว ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีมากของตำแหน่งประตูที่เปิดเข้า-ออกตลอดเวลา เพราะตำแหน่งที่ว่านี้ถ้าได้เคลื่อนไหวจะเสริมให้บ้านมีโชคลาภเข้ามา



3. ทางเดินเข้าบ้านเป็นพื้นราบต่อเนื่องเป็นปึกแผ่นเดียวกัน

ทำให้คนในบ้านมีความรักใคร่กลมเกลียวกัน



4. บันไดบ้านที่ดี

บันไดที่ดีของบ้านต้องมีจำนวนขั้นบันไดเป็นเลขคี่ถึงจะเป็นมงคล ตำแหน่งของบันไดบ้านที่ดี ควรจะอยู่ชิดที่ผนังด้านใดด้านหนึ่งของตัวบ้าน เพราะบันไดบ้านลักษณะดังกล่าวจะช่วยทำให้โชคลาภดี ส่งผลให้คนในบ้านมีความมั่งคั่งและเจริญก้าวหน้า



5. ทิศของบ้านเป็นมงคล

บ้านที่อยู่แล้วเป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย คือบ้านที่ตั้งหันหน้ารับทางทิศใต้ซึ่งเป็นที่ว่าง เพราะจะมีกระแสลมที่ดีพัดพาแต่พลังอันเป็นมงคลเข้าสู่บ้าน ส่งผลทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้รับโชคลาภและอยู่อาศัยอย่างมีความสุข


6. ลักษณะบ้านทำเงินทำเลทอง

บ้านที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำ โดยที่ลักษณะของแม่น้ำนั้นโค้งโอบล้อมเข้าหาตัวบ้าน ถือได้ว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ ผู้ที่อยู่อาศัยจะได้รับพลังที่ดีคอยเกื้อหนุนอยู่ตลอด ทำให้พบแต่ความสุขและความสำเร็จรวมไปถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง



7. บ้านที่อยู่แล้วมีความสมบูรณ์

ลักษณะของที่อยู่อาศัย ที่มีรูปทรงของด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกลักษณะนี้ว่ารูปทรงถุงทอง ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะที่ดี ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านแบบนี้จะได้รับโชคลาภ และพลังที่ดีคอยส่งเสริมอยู่เสมอทำให้มีแต่ความสุข ความสมบูรณ์ เกิดขึ้นในบ้าน



8. บ้านที่เขียวชอุ่ม อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง

บ้านที่มีความเขียวชอุ่มจากต้นไม้ที่ร่มรื่นรอบๆ บ้านถือว่าเป็นลักษณะที่ดีมากๆ เพราะตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นถือ ว่าต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของความงอกงาม ความเจริญเติบโต ฉะนั้นบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ จึงได้รับพลังที่ดีคอยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรือง ความก้าวหน้าอยู่เสมอ
9. สระน้ำมงคล

สระน้ำหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นมงคลกับบ้านมากๆ เพราะสายน้ำจะช่วยส่งเสริมเรื่องความสมบูรณ์ร่ำรวยให้กับบ้าน และยังช่วยให้บ้านมีความสุขความร่มเย็นอีกด้วย



10. ปลูกต้นสนในบ้าน ช่วยเพิ่มชื่อเสียง

บ้านที่ปลูกต้นสนขนาบไว้ทางด้านซ้ายและขวาที่หน้าบ้าน จะช่วยเสริมให้บ้านเป็นมงคลขึ้น เพราะต้นสนตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นจะสามารถเรียกพลังที่ดีเข้าสู่บ้านได้ ส่งเสริมให้บ้านมีโชคลาภ มีความรัก ความอบอุ่น และยังเสริมดวงการงานของคนในบ้านให้มีความสำเร็จมั่นคงพร้อมด้วยชื่อเสียง เงินทอง



ขอบคุณสาระดี ๆ จาก ชี้ช่องรวย
http://www.saraupdate.com/9334

10 ประโยชน์ของถั่ววอลนัท กินทุกวันลดคอเลสเตอรอลได้

11:26 PM 0
 อาหารลดคอเลสเตอรอล อีกชนิดที่ไม่ควรพลาด รู้ยังกินวอลนัททุกวันดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

          คอเลสเตอรอลเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ควรมีในจำนวนมาก แต่ด้วยพฤติกรรมรับประทานอาหารตามใจปากอาจทำให้เราเผลอรับ



คอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่สูงเกินพอดีได้ ดังนั้นหลายคนจึงมองหาวิธีลดคอเลสเตอรอลในเลือดกันอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้วการลดคอเลสเตอรอลก็ไม่ได้ทำยากเกินความสามารถของเราหรอกค่ะ เพียงแค่กินถั่ววอลนัททุกวันก็ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้แล้ว แถมยังได้ประโยชน์อื่น ๆ จากถั่ววอลนัทตามนี้ติดไปด้วย


1. ลดคอเลสเตอรอล

          ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า วอลนัทอุดมไปด้วยโฟเลท วิตามินอี และไขมันชนิดดี ที่แม้จะเป็นถั่วที่ให้แคลอรีค่อนข้างสูง แต่กลับไม่พบว่าวอลนัทเป็นส่วนเร่งน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด 

          นอกจากนี้นักวิจัยจาก Yale University Prevention Research Center ก็ได้เผยข้อมูลการทดลองมาว่า กลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานวอลนัทจำนวน 2 ออนซ์ หรือประมาณ 56 กรัม เป็นประจำทุกวันในระยะเวลานาน 6 เดือน จะมีระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่ได้คุมอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วยเลยก็ตาม 

          ดังนั้นนักวิจัยจึงการันตีว่าวอลนัทสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้จริง และจะดีมากหากรับประทานวอลนัทประมาณ 1 กำมือต่อวัน

2. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

          วอลนัทเป็นพืชตระกูลถั่วที่อุดมไปด้วยโปรตีน มีไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดระดับของคอเรสเตอรอลแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ สอดคล้องกับงานวิจัยที่ระบุว่าวอลนัทเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีประโยชน์มากสำหรับหัวใจ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยปกป้องเยื่อบุหลอดเลือดแดงที่อาจเกิดการอุดตันจนทำให้หัวใจวายได้อีกต่างหาก

 3. ช่วยลดน้ำหนัก

          วอลนัทปริมาณ 1 ออนซ์ หรือราว ๆ 28 กรัม มีปริมาณไฟเบอร์อยู่ 2 กรัม โปรตีน 4 กรัม และกรดไขมันโอเมก้า 3 2.5 กรัม จึงนับว่าเป็นอาหารที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้ โดยเฉพาะคนที่กำลังควบคุมอาหาร การรับประทานวอลนัทสัก 1 กำมือต่อวันจะช่วยให้คุณคอนโทรลแคลอรีของอาหารที่จะกินเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น

4. ลดความเสี่ยงโรคอ้วนลงพุง

          สารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติต้านการอักเสบในวอลนัทเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยต่อต้านความเสี่ยงโรคอ้วนลงพุงได้ อีกทั้งโปรตีนและไฟเบอร์ในวอลนัทยังจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้อง เอื้อให้คุมอาหารได้ดีขึ้น

5. ป้องกันโรคเบาหวาน

          ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงใน Journal of Nutrition เผยว่า อาสาสมัครที่รับประทานวอลนัทปริมาณ 28 กรัม เป็นเวลา 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีแนวโน้มลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ราว24% เลยล่ะ 


6. ป้องกันความจำเสื่อม

          ดร.Abha Chauhan และคณะจาก New York State Institute ได้ทดลองให้หนูกินวอลนัทเป็นประจำและพบว่า วิตามินอีและฟลาโวนอยด์ในวอลนัทมีส่วนช่วยทำลายอนุมูลอิสระและเคมีร้ายบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับโรคสมองเสื่อม ทำให้หนูทดลองที่มีภาวะสมองเสื่อมมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

7. ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

          นักวิจัยจาก Marshall University พบว่า หากรับประทานวอลนัทเป็นประจำทุกวัน ในปริมาณไม่ต่ำกว่า 56 กรัม จะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้ โดยอ้างจากการทดลองที่ให้หนูกินวอลนัททุกวัน ซึ่งผลปรากฏว่า หนูทดลองมีแนวโน้มเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมลดลง และมีจำนวนเนื้องอกลดจำนวนลง อีกทั้งหนูที่ถูกวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกอยู่ในตัว เนื้องอกเหล่านั้นก็มีขนาดเล็กลงด้วย

8. ลดความเครียด

          วอลนัทมีสรรพคุณเด็ดดวงตรงที่ช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะทั้งไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 และอัลฟา-ลิโนลินิค ที่มีอยู่ในวอลนัท เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดระดับความดันโลหิต แถมยังช่วยคงระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะสมดุลอีกต่างหาก

9. แก้ปัญหานอนไม่หลับ

          รู้ยังว่าวอลนัทมีเมลาโทนินอยู่ด้วยนะ และเมลาโทนินก็เป็นตัวที่คอยควบคุมนาฬิกาชีวิตของเรา ช่วยให้เรานอนหลับและตื่นได้ตามเวลาปกติ ไม่เกิดอาการนอนไม่หลับ นอนไม่พอ ดังนั้นหากจะบอกว่าวอลนัทเป็นอาหารที่ช่วยให้นอนหลับสบายก็คงไม่ผิดนัก 

10. บำรุงเชื้ออสุจิให้แข็งแรง

          ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเผยให้ทราบว่า การรับประทานวอลนัททำให้เชื้ออสุจิของผู้ชายแข็งแรงขึ้นได้จริง ๆ โดยอ้างอิงจากการสำรวจที่แบ่งผู้ชาย 2 ออกเป็นกลุ่มด้วยกัน ซึ่งผู้ชายกลุ่มแรกจะต้องรับประทานวอลนัททุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ให้รับประทานวอลนัทหรือถั่วชนิดอื่น ๆ เลย ผลปรากฏว่า เชื้ออสุจิของผู้ชายกลุ่มแรกมีความสมบูรณ์และแข็งแรงมากกว่าเชื้ออสุจิของผู้ชายกลุ่มที่สองอย่างเห็นได้ชัด

          ใครที่ไม่ไหวกับการกินกระเทียมเพื่อให้ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลองรับประทานวอลนัทดูบ้างก็ได้นะคะ และพยายามหมั่นออกกำลังกายช่วยด้วยอีกทาง คราวนี้สุขภาพดี ๆ ที่ไม่มีคอเลสเตอรอลในเลือดเกินก็คงอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Harvard University
whfoods
thehealthsite
http://health.kapook.com/view148070.html

แจกสูตร ขนมจีน น้ำยาปักษ์ใต้ หรอยแรง !!!!!!

11:57 PM 0




เครื่องปรุงน้ำยาปักษ์ใต้
1. ปลาทูนึ่ง 2 ตัว (ลองทำดูอร่อยนะ)
2. เครื่องปรุงน้ำยาโขลกละเอียด
3. กะทิสด 2 ถ้วย
4. ใบมะกรูดฉีก 4-5 ใบ
5. ตะไคร้บุบพอแตก 2 ต้น (ถ้าเป็นน้ำยาภาคอื่่นใส่มากไม่ได้ จะทำให้เปรี้ยว)
6. น้ำปลา
เครื่องปรุงน้ำยาปักษ์ใต้
1. พริกขี้หนูแห้งสีแดง (กะปริมาณตามความชอบ เผ็ดน้อย เผ็ดมาก)
2. พริกไทยดำ 2 ช้อนชา
3. ข่าหั่นฝอย 2 ช้อนชา
4. หอมแดง 3-4 หัว
5. กระเทียม (กระเทียมและหอมแดงใช้ปริมาณเท่า ๆ กัน)
6. กระชาย ( 2 – 3 ราก)
7. ตะไคร้ 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผิวมะกรูด 2 ช้อนชา
9. ขมิ้นสด ปอกเปลือก ยาวประมาณ 3 นิ้ว
10. กะปิ 2 ช้อนชา
11. น้ำปลา
*****เครื่องแกง คงจะกำหนดตายตัวให้ได้ยาก เพราะหัวหอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ มีขนาดแตกต่างกัน จึงขอให้ใช้ความชำนาญกะประมาณเอานะคะ


วิธีทำ
1. โขลกเครื่องปรุงน้ำยาให้ละเอียด ใส่กะปิตามลงไป
2. แกะเนื้อปลาทู โขลกลงผสมกับเครื่องปรุงน้ำยาให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. ผสมหัวกะทิสด + น้ำเปล่าพอประมาณ ใส่กะทิตั้งไฟพอเดือด เอาเครื่องปรุง+ปลาทู ที่โขลกไว้ใส่ลงไป ใส่ตะไคร้บุบพอแตก คนให้เข้ากัน
****อย่าใช้ไฟแรงเด็ดขาด กะทิจะแตกมัน และหมั่นคนบ่อย ๆ
(น้ำยาปักษ์ใต้ไม่ควรให้แตกมัน จะไม่น่ารับประทาน ซึ่่งตรงข้ามกับน้ำยาทางภาคกลาง)
4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา เคี่ยวไปนาน ๆ จะยิ่งอร่อยนะค่ะ ก่อนยกลงรับประทาน ใส่ใบมะกรูดฉีกลงไปด้วย
5. รับประทานกับขนมจีน ไข่ไก่ต้มสุก และเครื่องแนม เช่น ผักกาดดอง ถั่วงอกดิบ ถั่วฝักยาว กระถิน สะตอ แตงกวา พริกขี้หนูแห้งทอด อร่อยเหาะ

http://www.naarn.com/4251/