Showing posts with label thai hot news. Show all posts
Showing posts with label thai hot news. Show all posts

ชวนชิม 5 ร้านเด็ด ต้องไม่พลาด ในงาน “สบายใจไหว้พระดี เสริมบารมีปี 59”

8:55 PM 0
ผ่านมาแล้ว 3 วัน กับงานดีที่เป็นกุศลและช่วยเสริมสิริมงคลชีวิต งาน “สบายใจไหว้พระดี เสริมบารมีปี 59” ที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ โดยมีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย อิ่มบุญอิ่มใจกันถ้วนหน้า



งานนี้ นอกจากผู้ร่วมงานจะได้อิ่มบุญอิ่มใจเหมือนได้เที่ยวชม และสักการะพระศักดิ์สิทธิ์ทั่วไทยแล้ว ยังจะได้ลิ้มรสความอร่อยกับของกินของฝากที่มาออกบูธกันภายในงานอีกด้วย ซึ่งวันนี้ เราจึงขอแนะนำ 5 ร้านเด็ดที่ไม่ควรพลาด เพื่อให้ผู้อ่านได้ไปเลือกสรรกันในงาน

1.ร้านไอติมไข่แข็ง

ประเดิมร้านแรกกันด้วยของกินดับร้อยอย่าง ไอติมไข่แข็ง ที่มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำไข่แดงมาผสมกับไอติม ทิ้งไว้สัก 1 นาที คุณก็จะได้ลิ้มรสความหวานมันของกะทิและไข่แดงที่เข้ากันอย่างลงตัว แถมยังได้สนุกกับการเติมทอปปิ้งที่มีให้เลือกมากกว่า 10 อย่างแบบไม่อั้น เช่น วุ้นมะพร้าว ข้าวโพด เฉาก๋วย ถั่วลิสง และอีกทอปปิ้งเด็ดประจำร้านที่ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ ลอดช่อง ทั้งหมดนี้ขอกระซิบบอกเลยว่า ถ้วยละ 35 บาทเท่านั้น

2.ร้านหมอดิ๋น

เป็นร้านอาหารอีสานที่มีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่ครกขนาดใหญ่ และแม่ค้ายังการันตีความแซ่บกันด้วยตำโคราช ซึ่งใครมางานนี้ก็ต้องมาลอง ยิ่งได้ทานคู่กับผัดหมี่โคราช จะช่วยเพิ่มความแซบได้เป็นอย่างดี จนหลายคนติดอกติดใจซื้อกับบ้านกันเยอะมาก นอกจากนี้ ร้านนี้ยังมีเมนูที่เสิร์ฟพร้อมกับส้มตำ คือขนมจีนน้ำยา ที่มีให้เลือกกันถึง 5 สูตร อาทิ น้ำยาป่า กะทิ และน้ำยาไก่ รสชาติถึงพริกถึงขิงกันเลยทีเดียว


 3.เรือนไทกล้วยปิ้ง

อีกหนึ่งร้าน ที่เรายกนิ้วให้ เพราะกลิ่นหอมของกล้วยน้ำหว้าปิ้งที่โชยมาแต่ไกล ทำให้อดใจไม่ไหวต้องแวะเข้าชิม โดยทีเด็ดของร้าน คือ น้ำจิ้มที่สะกดใจเราด้วยรสที่หวาน ข้น ทั้งยังสามารถเลือกได้ถึง 3 สูตร ทั้งน้ำเชื่อมสูตรโบราณ น้ำเชื่อมอาบน้ำผึ้ง และกล้วยปิ้งสูตรธรรมดา ใครสนใจซื้อ แม่ค้ายังมีโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 5 แถม1 ให้กับคนในงานอีกด้วย

 4. ร้านเขียวหวานแก้วตา/สายไหม

ดูเหมือนว่าขนมสายไหม นุ่มๆ ฟูๆ จะเป็นขนมอีกชนิดหนึ่งที่เรียกความสนใจจากเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นขนมที่สามารถปั้นให้เป็นรูปสัตว์น่ารักตามใจชอบ แถมยังรสนุ่ม ละมุลลิ้น ละลายในปาก ร้านนี้เขามีให้เลือกเรา 4 รส ได้แก่ สตอเบอรี่ มิ้น เลมอน และวนิลา ใครที่ชื่นชอบความหวาน ต้องร้านนี้เลย!


5.ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง

กล้าบอกได้เลยว่า ร้านนี้ เส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดเขาเด็ดจริงๆ เพราะนอกจากเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดจะมีกุ้งฝั่งอยู่ในตัวเส้นแล้ว เนื้อแป้ง ยังมีความหอม ไม่เละ เหนี่ยวหนุบหนับ และที่สำคัญยังสอดใส้ไว้เยอะมากจนทะลักออกมาข้างนอก ด้านน้ำจิ้ม แม่ค้าก็เขี้ยวจนได้ที่ ครบรสกลมกล่อม ทั้งเผ็ด เปรี้ยว หวาน และเค็ม นอกจากนี้ ยังมีเมนูเด็ดอีก 1 เมนู ที่ต้องทานคู่กัน คือ กุ้ยช่ายสูตรโบราณ ที่อัดแน่นด้วยผัก แป้งบางไม่แข็งกระด้าง ใครที่ชื่นชอบอาหารประเภทนี้ อย่ารอช้า


และนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของร้านเด็ดที่มาร่วมออกบูธกันในงานเท่านั้น ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารให้เลือกช้อปอีกมากมาย ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2559 ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ
http://travel.sanook.com


มะนาวเพียงลูกเดียว แต่มีสารพัดประโยชน์เลยนะ จะเข่าดำ ข้อศอกด้าน มะนาวเอาอยู่

9:21 PM 0
มะนาวเพียงลูกเดียว แต่มีสารพัดประโยชน์เลยนะ จะเข่าดำ ข้อศอกด้าน มะนาวเอาอยู่

   เชื่อได้เลยว่า คงมีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหา ข้อศอกด้าน หัวเข่าก็ดำ จะใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่มั่นใจเอาซะเลย วันนี้ มีเคล็ดลับแบบบ้านๆ วัตถุดิบและวิธีการทำง๊ายง่ายมาฝากสาวๆ กัน จะเป็นยังไงนั้นมาดูกันเลย

วัตถุดิบ

- มะนาว 1 ลูก

- มีด

สำหรับวิธีการรักษาก็ง่ายมากๆ หั่นแบ่งมะนาวเป็นซีกๆ จากนั้นนำมะนาวมาถูกบริเวณข้อศอก หัวเข่าที่ดำคล้ำ ขยันทำแบบนี้บ่อยๆ จะช่วยทำให้ผิวในส่วนนั้นสีจางลงได้ เพราะในมะนาวนั้น มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูกระจ่างขึ้นนั่นเอง


       

 ทั้งง่าย และสะดวกสบายแบบนี้ สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาจะไม่ลองทำดูไม่ได้แล้วนะคะ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ผิวที่สวย อย่างเป็นธรรมชาติพร้อมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจแล้วล่ะ
http://www.startclip.com/news


แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ"น้องมะลิ"ออกอีเวนต์-โบว์เผยค่าตัวแม่ลูกไม่แพง (คลิป)

8:19 PM 0
วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 20:29 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 224346 คน
 วันที่ 12 มี.ค. ที่ สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ โบว์-แวนดา และ น้องมะลิ-ด.ญ.พาขวัญ สหวงษ์ คู่แม่ลูกสุดฮอต เดินทางมาร่วมงาน “Fantasia Lagoon Summer Fest 2016” โดยยังคงมีแฟนคลับมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก




 หลังเสร็จงาน โบว์ ให้สัมภาษณ์ว่า "วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาสวนน้ำบ้าง สดชื่นและน่าจะถูกใจน้องมากเพราะเห็นน้ำ ปกติน้องเป็นคนชอบเล่นน้ำด้วย จริงๆ โบว์ไม่ค่อยได้พาน้องมาเที่ยวอะไรแบบนี้ในกรุงเทพฯ บ่อย ส่วนใหญ่ตะออกต่างจังหวัดและไปเล่นทะเลกันมากกว่า คือมะลิชอบลงน้ำ ชอบแตะน้ำ ถ้าได้ดูในไอจีตอนที่เห็นเล่นน้ำกับคุณพ่อตอนนั้นคือน้องยังเล็กมาก ทุกวันนี้ยังไม่มีโอกาสพาน้องไปเรียนว่ายน้ำเป็นเรื่องเป็นราว จะให้เล่นตามใจตรงที่มันตื้นๆ มากกว่า"

http://www.khaosod.co


เทียบความหล่อ ... พระเอกไทยที่เคยรับบท 'ทหาร' มาดเท่ไม่แพ้ 'กัปตันยูชีจิน' เลยทีเดียว

7:36 AM 0
กระแสกำลังมาแรงแซงทางโค้งสุดๆ สำหรับซีรีส์เกาหลีเรื่อง Descendants of the Sun ที่ได้ ซงจุงกิ พระเอกเกาหลีหน้าหยก มารับบทเป็น ร้อยเอกยูชีจิน หรือ กัปตันยูชีจิน ประคู่กับนางเอกตัวแม่ ซองเฮเคียว ที่กำลังออกอากาศทาง KBS2 ทำเรตติ้งถล่มทลายติดต่อกัน





แม้จะออนแอร์อยู่ที่เกาหลีใต้ แต่คอซีรีส์ไทยก็ไม่พลาดติดตามชมกันติดหนึบ โดยสิ่งดึงความสนใจนอกจากบทละครที่สนุกเข้มข้นแล้ว ต้องยกให้กับเหล่าทหารทีมอัลฟ่าเจ้าของหุ่นล่ำบึ้ก โดยเฉพาะพระเอกของเราที่แสดงออกมาได้ดีเกินคาด 






ทำให้อดคิดถึงละครไทยบ้านเราไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีพระเอกที่เป็นรับบทเป็นทหารรั้วของชาติอยู่มากมายหลากหลายเรื่อง วันนี้เราก็ได้รวบรวมมาให้ได้เทียบความหล่อกันแบบชัดๆ เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่ากินกันไม่ลงเลยทีเดียว!

"หนุ่ม ศรราม - เต๋อ ฉันทวิชช์" รับบทเป็น "พลทหารพัน น้ำสุพรรณ" ในละครเรื่อง "ผู้กองยอดรัก" เมื่อปี 2545 และ 2558




"หนุ่ม ศรราม"  รับบทเป็น "เรือเอกโกโบริ"
ในละครเรื่อง "คู่กรรรม" เมื่อปี 2547

"ปอ ทฤษฎี" รับบทเป็น "ผู้การนาวิน"  
ในละครเรื่อง "ผู้การเรือเร่" เมื่อปี 2551
 "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" รับบทเป็น "พันตรีประจักษ์ มหศักดิ์"  
ในละครเรื่อง "วนิดา" เมื่อปี 2553


"ตุ้ย เกียรติกมล" รับบทเป็น "ผู้การนาวิน"
ในละครเรื่อง "ชื่นชีวานาวี"  เมื่อปี 2554

"อั้ม อธิชาติ" รับบทเป็น "เสมา" ทหารของสมเด็จพระนเรศวร
ในละครเรื่อง "ขุนศึก" เมื่อปี 2555

"เจมส์ มาร์" รับบทเป็น "เรืออากาศโท มรว. รณพีร์ จุฑาเทพ" 
ในละครเรื่อง "คุณชายรณพีร์" ซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ เมื่อปี 2556

"เจมส์ มาร์" รับบทเป็น  "เหม/หลวงสุรบดินทร์"
ในละครเรื่อง "ข้าบดินทร์" เมื่อปี 2558
http://tv.bectero.com/entertainment

‘สุกี้เนื้อหมักแบบโบราณ‘ กับอาหารซีฟู้ดรสจัดจ้าน ‘เจริญไทยสุกี้‘

4:49 AM 0
ตามรอยพ่อไปชิมอาทิตย์นี้ขอพาแฟนๆ มาที่ย่านเก่าแก่ของเมืองกรุงฝั่งธนบุรี ผมคุ้นเคยกับร้านแถววงเวียนใหญ่เป็นอย่างดี เพราะตอนเด็กๆ แม่พาไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่ซอยสารภี 3 เป็นประจำ แต่เหตุไฉน “ร้านเจริญไทยสุกี้” ถึงหลุดรอดสายตาผมไปได้นะ ผมมาชิมสุกี้ที่นี่ครั้งแรกเมื่อปลายปีแล้วติดใจ คราวนี้มาซ้ำสองเลยถือโอกาสแนะนำแฟนๆ เสียที
ร้านเจริญไทยสุกี้ มีชื่อเต็มว่า “เจริญไทยสุกี้และซีฟู้ด” อยู่ริม “ถนนลาดหญ้า แถวปากซอยลาดหญ้า 16” เลี้ยวมาจากถนนเจริญนครจะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ก่อนถึงวงเวียนใหญ่ประมาณ 1 กม. จอดรถได้นอกเวลาเร่งด่วนทั้ง 2 ฝั่ง ป้ายหน้าร้านจะเขียนว่า เจริญไทย ปิ่นโตเถาเล็กขอเรียกชื่อกลางๆ ตามที่ผู้คนนิยมเรียกว่า “เจริญไทยสุกี้” ก็แล้วกัน
คุณอุ๋ยและคุณปู 2 สาวสวยผู้ดูแลร้านเล่าให้ผมฟังว่า แต่ก่อนนั้นอยู่แถวคลองเตย และย้ายมาที่คลองสาน เปิดมานาน 40 กว่าปีแล้ว จากเดิมมีเพียง 1 คูหา จนขยายเพิ่มเป็น 4 คูหาในปัจจุบัน ตอนนี้เจ้าของร้านคือเฮียโอภาส ลูกชายคนโตรุ่นที่ 2

มาเจริญไทยสุกี้แล้วถ้าไม่ได้กินสุกี้แต้จิ๋วโบราณเหมือนมาไม่ถึงร้านนะจ๊ะ สุกี้จิ้มน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้สีชมพูนี้หากินได้ยากมาก ที่ปิ่นโตเถาเล็กเคยแนะนำไปก็มี “สุกี้เรือนเพชร” ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กับ “เอี่ยวไถ่” เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

เมนูสุกี้นี้มีทั้งขายเป็นชามน้ำแห้ง (100-130 บาท) และสุกี้หม้อไฟ มาทั้งทีต้องสั่งเป็นชุดสะใจไปเลย อยากกินเครื่องหลากหลายให้สั่ง “สุกี้รวมมิตร” (มีเนื้อวัวหรือไม่ใส่ก็ได้)(370-410 บาท) มีทั้งเนื้อวัวหมักและเนื้อหมูหมักนุ่มๆ ชิ้นโตๆ เนื้อไก่ กุ้งสด หมึกสด หมึกแช่ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เกี๊ยวปลา เต้าหู้ยัดไส้ ปลาสวรรค์ ตับ เซ่งจี๊ หัวใจ ราดด้วย “บั่วสี” หรือ “เต้าเจี้ยวบด” ปรุงรสกับเครื่องเทศหลายๆ อย่าง รวมทั้งพริกไทย ช่วยทำให้รสเข้มหอมขึ้นเป็นกอง และตอกไข่ไก่ดิบ 2 ฟอง กับไข่เป็ดดิบอีก 1 ฟองโปะหน้า ส่วนอีกจานเป็นผักกาดขาวกับผักบุ้งและวุ้นเส้น


สุกี้ปลาเป็น, สุกี้เนื้อล้วน หอยแมลงภู่อบ, ปูไข่ผัดผงกะหรี่

กรรมวิธีการกินก็คือตีไข่ให้แตก และคลุกเคล้าเครื่องทั้งหมดกับบั่วสี (เต้าเจี้ยวบด) และไข่ดิบให้เข้ากัน จากนั้นเทผักและเครื่องใส่หม้อสุกี้น้ำเดือดๆ ที่ยังใช้ก๊าซหุงต้มอยู่เช่นเดิม ชอบสุกมากสุกน้อย ตักแบ่งใส่ถ้วยได้ตามใจชอบ

น้ำซุปสุกี้หวานหอม ปรุงจากน้ำต้มกระดูกหมูสะโพกที่เรียกว่าคาตั๊ง เติม “อ้อยทุบ” ลงไปพร้อมผักกาดขาว เคี่ยวนานจนหวานหอม ส่วนน้ำจิ้มทีเด็ดนั้นทำจากเต้าหู้ยี้ พริกบด กระเทียมดอง ผักชี ซอสปรุงรสและเครื่องปรุงอื่นๆ มีกระเทียมสดกับพริกให้ปรุงเพิ่ม และถ้าติดใจ ก็มีน้ำจิ้มสุกี้ขายเป็นขวดๆ ทั้งขนาดเล็กใหญ่สำหรับให้ซื้อกลับบ้านด้วย

คนชอบกินเนื้อวัว ต้องชื่นชอบในความนุ่มเด้งเหมือนผมแน่นอน เราสั่ง “ชุดสุกี้เนื้อล้วน” (370-420 บาท) มาเพิ่มอีกจาน เนื้อส่วนลูกมะพร้าวหมักสูตรลับเฉพาะของทางร้าน เท่าที่ทราบมีเอนไซม์ปาเปนจากยางมะละกอช่วยทำให้นุ่ม และมีน้ำมันงาด้วย ส่วนเนื้อหมูใช้ส่วนขาและสันนอก เนื้อไก่ใช้ส่วนหน้าอก เนื้อแต่ละอย่างจะมีส่วนผสมที่ใช้หมักในปริมาณแตกต่างกัน หมักแล้วแบ่งเป็นแพคๆ แช่แข็งไว้เลย เวลาจะใช้ก็นำออกมาให้ละลาย

นอกจากนี้ก็มี “สุกี้ปลา” เป็นที่นำปลาสดๆ มาแล่ทั้งตัว มี “ปลากะพง” (จากกระชังเลี้ยง)(ตัวละ 599 บาท) และ “ปลาเก๋าทะเล” (ตัวละ 1,200 บาท) ซึ่งปลาเก๋านี้จะมีมาวันเว้นวัน ทางที่ดีก่อนไปให้โทรสั่งล่วงหน้าก่อน 1 วัน ที่แปลกอีกอย่างคือ ร้านเจริญไทยมี “สุกี้ปู” เป็น (ไซซ์เล็ก 599 บาท ไซซ์ใหญ่ราคาตามน้ำหนัก) สับมาทั้งตัวเลย

อย่าเพิ่งอิ่มนะจ๊ะ ขอเชียร์ให้สั่ง “กุ้งแม่น้ำผัดพริกเกลือ” โรยพริกกระเทียมคั่วมาเต็มจาน เนื้อกุ้งแม่น้ำหวานสด แกล้มกับกระเทียมสับคั่วกับพริกหอมๆ ช้อนโตๆ ตักเคี้ยวกร้วมๆ จนหมดเกลี้ยง มา 2-3 คน ให้สั่งจานเล็ก 300 บาท มีกุ้งแม่น้ำ 3 ตัว ถ้ากินจุเหมือนผมให้สั่งจานใหญ่ 600 บาทไปเลย นอกจากกุ้งแม่น้ำก็มี “กุ้งแชบ๊วยผัดพริกเกลือ” (300 บาท ได้ 5-6 ตัว) เคี้ยวเปลือกกุ้งกรอบๆ ได้ด้วย

ที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ “เนื้อแพะตุ๋น” (หม้อละ 200 บาท) นุ่มหอมไม่มีกลิ่นสาบ มีทั้งส่วนเนื้อติดซี่โครงได้แทะเล่นและกระเพาะนุ่มเด้งจิ้มกับซอสเปรี้ยวหรือจิ๊กโฉ่ว น้ำแพะตุ๋นรสชาตินุ่มนวลใส่เก๋ากี้ พุทราจีน เห็ดหอมและฟองเต้าหู้ เสิร์ฟมาบนเตาจุดไฟแอลกอฮอล์อุ่นร้อนตลอดเวลา

ส่วนเมนูของทะเลก็มีอีกหลายอย่าง เราสั่ง “ปูไข่ผัดผงกะหรี่” ตัวโต 7-8 ขีด (กิโลละพันบาท) ผัดถึงเครื่องเยอะแยะ “ปลิงทะเลผัดกะเพรา” (380 บาท) ใส่กุ้ง ปลาหมึกแช่ และขาหมูยัดไส้หั่นชิ้นลูกเต๋าเพิ่มความหอม อีกทั้ง “หอยแมลงภู่อบ” (120 บาท) ใส่เครื่องมาไม่ยั้งทั้งใบมะกรูด กระเทียม รากผักชี พริก เวลาอบใส่เนยลงไปด้วย

ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ลิ้มลอง เช่น ออส่วนกระทะร้อน ผัดผักกระเฉดไฟแดง ผัดโต้วเหมี่ยว หอยลายผัดพริกเผา สรุปว่ามาร้านเจริญไทยสุกี้ได้ชิมหลากหลายทั้งสุกี้ อาหารไทย-จีน อีกทั้งยังมีมังสวิรัติด้วย เชิญมาอร่อยย้อนยุคได้ทุกวัน ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 5 ทุ่มนะจ๊ะ

แนะนำ : สุกี้รวมมิตร สุกี้เนื้อล้วน สุกี้ปลาเป็น กุ้งแม่น้ำผัดพริกเกลือ กุ้งแชบ๊วยผัดพริกเกลือ เนื้อแพะตุ๋น ปูไข่ผัดผงกะหรี่ หอยแมลงภู่อบ ปลิงทะเลผัดกะเพรา 

ข้อมูลร้าน : เจริญไทยสุกี้ โดย คุณโอภาส เบญจภิญโญ

ที่ตั้ง : 580, 586, 592-594, 596-8 ถ.ลาดหญ้า คลองสาน คลองสาน กรุงเทพฯ 10600

โทร :0-2438-0313, 0-2439-0556, 06-1465-9526 (คุณอุ๋ย) 09-9009-3344 (คุณปู)

เปิดบริการ : 10.00-23.00 น. ทุกวัน
http://travel.sanook.com




เที่ยวสวนผลไม้ที่ ‘โครงการหลวง‘

2:55 AM 0
เพราะประพาสต้นบนดอยจึงนำมาสู่กำเนิดโครงการหลวงเมื่อ 43 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันโครงการหลวงได้มีการวิจัยพืชพันธุ์ที่หลากหลายสร้างอาชีพแก่ชาวเขา นอกเหนือจากผัก และดอกไม้เมืองหนาวแล้ว พืชสำคัญชนิดหนึ่งที่ส่งเสริม คือ ผลไม้ นอกจากจะปลูกเพื่อเพิ่มปริมาณป่าไม้ในประเทศแล้ว ยังถือเป็นป่ากินได้ คือ ผลผลิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง



 ฤดูกาลของผลไม้โครงการหลวงนับ จากสตรอเบอรี่โดยเฉพาะพันธุ์พระราชทาน 80 ที่มีรสชาติหวาน อร่อยและมีกลิ่นหอม เป็นผลไม้ที่ให้ผลผลิตในช่วงฤดูหนาวซึ่งได้รับความนิยม ชื่นชอบกันในกลุ่มของผู้บริโภคชาวไทย โดยเก็บเกี่ยวออกผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นมีนาคม ยังมีผลไม้อื่นๆ ที่ทยอยออกผลในช่วงฤดูร้อนจนถึงต้นฤดูฝนผลไม้ที่จะแนะนำชนิดแรกคือ พี้ช หรือท้อ ซึ่งถูกยกให้เป็นราชินีของผลไม้เมืองหนาว จะออกผลให้เก็บเกี่ยว ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน พื้นที่โครงการหลวงที่ส่งเสริมปลูก ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ผลของพี้ชมีลักษณะค่อนข้างกลม เนื้อแน่น เมื่อสุกจะมีสีเหลืองทั้งผล สามารถใช้แปรรูปได้ดี เช่น ทำพี้ชลอยแก้ว ขนมเค้ก คุกกี้ น้ำผลไม้ หรือใช้ทำอาหาร เป็นต้น รสชาติ หวานอมเปรี้ยว สามารถทานสดได้ ให้คุณค่าวิตามมิน A มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ในความเชื่อของชาวจีน พี้ช เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และเกี่ยวข้องกับการกับการป้องกันสิ่งชั่วร้าย ถ้าดอกพี้ชบานในระหว่างการฉลองวันปีใหม่ หมายถึงปีต่อไปจะเป็นปีของโชคลาภ


หลังจากฤดูกาลพี้ชแล้วช่วงเดือนพฤษภาคมยังมี พลัม ผลไม้ที่มีสีแดงก่ำ น่ารับประทาน รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน นิยมนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำพลัมเข้มข้น น้ำพลัมพร้อมดื่ม พลัมแช่อิ่ม และแยมพลัม เป็นต้น ผลพลัมมีคุณค่าทางอาหาร สรรพคุณช่วยขจัดความเมื่อยล้า ชะลอความชรา เสริมสร้างกระดูกและฟัน

ผลไม้ของโครงการหลวงที่กล่าวมานี้ เป็นพืชผลที่รู้จักและนิยมของชาวไทย แต่หลายท่านอาจจะเคยทานแต่ผลผลิตหรือสินค้าแปรรูปที่หาซื้อได้ตามตลาด ร้านค้าทั่วไป ในช่วงฤดูร้อนที่กำลังมาถึงนี้ ลองเปลี่ยนบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวในเมือง ไปตามหาผลไม้เมืองหนาวบนดอย ชมสวนผลไม้และสัมผัสอากาศเย็นสบาย นอกจากจะได้เรียนรู้การปลูก การเก็บผลผลิตสดๆ จากต้นแล้ว ยังถือเป็นการท่องเที่ยวที่เพลิดเพลินและสนุกสนาน ไม่แน่มาเที่ยวเก็บผลไม้วันเดียวอาจจะได้สัมผัส ถึง 3 ฤดูในหนึ่งวัน…

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ จาก มูลนิธิโครงการหลวง
http://travel.sanook.com